การเขียนเอกสารอ้างอิง (References) หรือบรรณานุกรม (Bibliography)
           1. การอ้างอิงในเนื้อความ จะใช้ระบบ ชื่อและปี โดยจะวงเล็บชื่อผู้แต่ง (สำหรับคนไทย) หรือชื่อ
สกุล (สำหรับคนต่างชาติ)หรือชื่อนิติบุคคลที่จัดทำเอกสาร และระบุปีที่พิมพ์ของเอกสารที่ อ้างอิง เช่น สมศักดิ์และสมศรี (2535) รายงานว่า...หรือ ... (สมศักดิ์และสมศรี, 2535) กรณีมีผู้เขียน 3 คนขึ้นไป ให้ใช้คำว่า “และคณะ” กรณีภาษาไทย หรือ “et al.”กรณีภาษาอังกฤษแทน หากมีอ้างอิงจากหลายรายงานในหัวข้อเดียวกัน ให้ใช้ ... (สมศักดิ์, 2535; สมศรี, 2540;
Williams, 2009) โดยเรียงภาษาไทยก่อนภาษาอังกฤษ และเรียงตามปีที่พิมพ์

           2. การอ้างอิงท้ายเรื่อง ใช้ตัวอักษรปกติ ขนาด 14 เรียงลำดับภาษาไทยก่อนภาษาอังกฤษ และ
เรียงตามตัวอักษรและสระกรณีผู้เขียนคนเดียวกันให้เรียงตามปีที่พิมพ์เอกสาร มีรูปแบบการเขียนสำหรับวารสารวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ดังนี้
                     2.1 ตำรา (Textbook) หรือหนังสือ

ให้ใช้

ชื่อสกุลของผู้แต่ง. (ตัวเลข ปี พ.ศ.ที่ตีพิมพ์). ชื่อหนังสือ. (พิมพ์ครั้งที่). เมืองที่

พิมพ์: โรงพิมพ์หรือสำนักพิมพ์. เลขหน้าเริ่มต้น–หน้าสุดท้ายที่อ้างอิง.

ภาษาอังกฤษ ให้ใช้ชื่อสกุล, อักษรย่อชื่อต้น. อักษรย่อชื่อรอง (ถ้ามี) ของผู้แต่ง. (ตัวเลข ปี ค.ศ.ที่ตีพิมพ์). แทนเช่น

ลัดดา วงศ์รัตน์. (2537). คู่มือการเลี้ยงแพลงก์ตอน. พิมพ์ครั้งที่ 3. กรุงเทพฯ: ภาควิชา

ชีววิทยาประมงคณะประมง มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์. หน้า 103 – 105.

Johnson, E.A. and Schroeder, W.A. (1995). Microbial carotenoids. In Advances

Biochemical Engineering and Biotechnology. Heidelberg: Springer-Verlag.

pp. 119-178.


                     2.2 วารสาร (Journal)

      ให้ใช้

ชื่อสกุลของผู้แต่ง. (ตัวเลข ปี พ.ศ.ที่ตีพิมพ์). ชื่อบทความ. ชื่อวารสาร. เล่มที่ (ฉบับที่):

เลขหน้าเริ่มต้น–หน้าสุดท้ายที่อ้างอิง.

ภาษาอังกฤษ ให้ใช้ ได้ 2 แบบ คือ

ชื่อสกุล, อักษรย่อชื่อต้น. อักษรย่อชื่อรอง (ถ้ามี) ของผู้แต่ง. (ตัวเลข ปี ค.ศ. ที่ตีพิมพ์).

ชื่อบทความ  ชื่อวารสาร (แบบย่อ). Volume (Issue): เลขหน้าเริ่มต้น–หน้าสุดท้ายที่อ้างอิง.

ชื่อสกุล, อักษรย่อชื่อต้น. อักษรย่อชื่อรอง (ถ้ามี) ของผู้แต่ง. (ตัวเลข ปี ค.ศ. ที่ตีพิมพ์).

ชื่อบทความ  ชื่อวารสาร (แบบเต็ม) Volume (Issue): เลขหน้าเริ่มต้น–หน้าสุดท้ายที่อ้างอิง.

เช่น    

ไพลิน จิตรชุ่ม และลัดดา วงศ์รัตน์. (2550). องค์ประกอบชนิดและความหนาแน่นของโคพีพอดบริเวณอ่าวมะนาว จังหวัดประจวบคีรีขันธ์. วารสารวิจัยวิทยาศาสตร์ (section T). 6 (ฉบับพิเศษ 1):133 - 142.

Kiho, T., Morimoto, H., Kobayashi, T., Usui, S., Ukai, S., Aizawa, K. and Inakuma, T.(2000). Effect of a polysaccharide (TAP) from the fruiting bodies of Tremellaaurantia on glucose metabolism in mouse liver. Biosci Biotechnol Biochem.64(2): 417–419. (กรณีชื่อวารสารแบบย่อ)

Turner, J.T. (2004). The importance of small planktonic copepods and their roles inpelagic marine food webs. Zoological Studies 43(2): 255-266.(กรณีชื่อวารสารแบบเต็ม)


                     2.3 บทความในงานประชุมวิชาการ (Proceedings) หรือเอกสาร รายงานการวิจัย

ให้ใช้

ชื่อสกุลของผู้แต่ง. (ตัวเลข ปี พ.ศ.ที่ตีพิมพ์). ชื่อบทความ. ใน: ชื่องานประชุมวิชาการหรือชื่อรายงานการวิจัย. ชื่อผู้จัดงานประชุมหรือชื่อผู้จัดทำโครงการวิจัย, จังหวัด. เลขหน้าเริ่มต้น–หน้าสุดท้ายที่อ้างอิง.

ภาษาอังกฤษ ให้ใช้ ชื่อสกุล, อักษรย่อชื่อต้น. อักษรย่อชื่อรอง (ถ้ามี) ของผู้แต่ง.(ตัวเลขปี ค.ศ.ที่ตีพิมพ์). แทน  เช่น

พรรณา วันซวง และละออศรี เสนาะเมือง. (2549). ความหลากชนิดของโรติเฟอร์คลาโดเซอราและโคพีพอดในแหล่งน้ำชั่วคราวในเขตจังหวัดอุบลราชธานี. ใน: รายงานการวิจัยในโครงการBRT 2549. วิสุทธิ์ ใบไม้ และรังสิมา คุ้มหอม (บรรณาธิการ). บริษัทจิรวัฒน์เอ็กเพรส จำกัด,กรุงเทพฯ. 105-118.

Pookpakdi, A. (1992). Soybean production under saturated soil condition in Thailand,In C. George Kuo (eds.). In: Adaptation of food crops to temperature and water stress proceeding of an international symposium Taiwan 13-18 August 1992. Asain Vegetable Research and Development Center, Taiwan. 479-485.